ประชุมประจำเดือนธันวาคม 2566

วันอังคารที่ 26  ธันวาคม  2566  เวลา 13.00  น.

ณ ห้องประชุม สภ.หล่มเก่า

………………………………………………………………..

ระเบียบวาระที่ 1. เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

                  มีข้าราชการตำรวจได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่ง สภ.หล่มเก่า  จำนวน 5  นาย

                   1. พ.ต.ท.วิศิษ          นรมัตถ์    รอง ผกก.ป.ฯ

                   2. พ.ต.ท.สมบัติ       จันทิมี      สว.อก.ฯ

                   3. พ.ต.ท.อิทธิพล      ศิริมงคล   สว.สส.ฯ

                   4. พ.ต.ต.พนมพร      ส้มแก้ว    พงส.ฯ

                     5. พ.ต.ต.ศรายุทธ     เติมพันธ์   สว.ชส.ฯ

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม

                   2.1 รับรองรายงานการประชุม วันที่ 23 ส.ค.  2566       

ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อทราบ

          ข้อสั่งการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผบ.ตร.

1. การปฏิบัติในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2567

                      การระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนช่วงวันหยุดยาว ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 18–27

ธ.ค. 66 รวม 10 วัน กำชับ บช.น. ภ.1- 9 ก, ปสง, ทท. สตม. สอท. และ ตชด. เร่งรัดให้มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ซึ่งจะส่งผลต่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

    การอำนวยความสะดวกการจราจร ให้จัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วง

เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.256 7 ” เพื่อบูรณาการสภาพการจราจรและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมทั้งให้บังคับ

ใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก และให้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางการรวมกลุ่มมั่วสุมหรือ

โดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทางอย่างจริงจังและเด็ดขาด

– สำหรับพื้นที่ที่มีการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่หรือมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ให้

เตรียมการปฏิบัติและดูแลการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งเพิ่มความเข้มและกำหนดมาตรการ

ดูแลสถานที่สำคัญในพื้นที่

          2. กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่3) พ.ศ.2566

          กำหนดให้สถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และ

ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมสามารถเปิดทำการได้ถึง 04.00 น. นั้น

          – กำชับให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย อย่าให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ

          – หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขยายผล

ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย

          3. โครงการของขวัญปีใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อมอบให้แก่ประชาชน

          – ให้หน่วยรับผิดชอบ ดำนินการให้ทันในช่วงเทศกาลปีใหม่ และต้องสามารถปฏิบัติได้จริงและเกิดประโยชน์

ต่อประชาชน

– มอบหมาย รอง ผบ.ตร.(บร)และพล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ฯผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 5)กำกับดูแลให้เป็นไปด้วย

ความเรียบร้อย

          – ให้โฆษก ตร.และสท. ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          4. รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นวาระแห่งชาติ

          ตามที่รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นวาระแห่งชาติ เปิดให้ประชาชนที่ต้องการความ

                                                                                                                         /ช่วยเหลือ….

-2-

ช่วยเหลือ สามารถลงทะเบียนผ่านทางแอปพลิเคชั่น ทยดี (ThaID) และที่ศาลากลางจังหวัด รวมถึงที่ว่าการอำเภอ

ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 – 29 ก.พ. 67 นั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนมีช่องทาง

ลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งจุดบริการลงทะเบียนเพิ่มเติม ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ

          5. การดำเนินการเกี่ยวกับงบรายจ่ายประจำปีของ ตร.

          – ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายประจำปิงบประมาณ พ.ศ.2568 ให้ผู้บัญชาการ หรือ

หัวหน้าหน่วย พิจารณาจัลำตับความสำคัญรายจ่ายลงทุนในรายการที่เสนอขอ เช่น อาคารที่ทำการ ที่พักอาศัย อุปกรณ์

ประจำกาย อุปกรณ์ประจำหน่วย หรืออุปกรณ์ยุทธวิธี ที่ไข้ในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นสวัสดีการให้กับกำลังพลในสังกัด

พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และจัดเครียมรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้น และเป็นไปคามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          – ให้หน่วยเจ้าของเรื่องเครียมความพร้อมในการขี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2567 ทั้งนี้

คาดว่าจะกำหนดให้มีการประชุมสภาผู้แทบราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัสิงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ

พ.ศ.2567 ในวาระที่ 1 ในช่วงวันที่ 3 – 4 มกราคม 2567

– มอบหมาย รอง ผบ.ตร.(บร) กำกับดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          6. การตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567

– เรื่องนี้ถือเป็น Quick Win หรือนโยบายเร่งด่วนที่จะเร่งตำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาความต้องการสิ่งของบำรุงขวัญ

ของข้าราขการตำรวจในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งการจัดหาแบบรวมการ แล้วส่งไปยังแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศนั้น

ยังทำให้เกิดภาระด้านงบประมาณ และเป็นภาระในการขนย้ายให้กับหน่วยที่ รับการตรวจเยี่ยม

จึงให้ บซ.น. ภ.1-9 ก. ทท. สตม. ตชต. และ สพฐ. สำรวจความต้องการของกำลังพลในจุดที่รับการตรวจเยี่ยม

เพื่อให้ได้รับชุตสิ่งของบำรุงขวัญได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการตำรวจ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพิ่มเติม และให้ สงป. จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยเพื่อดำเนินการจัดหาต่อไป

          7. การประเมินคุณธรรมความโปร่งในในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA) ของสถานีตำรวจ

– เป้าหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปีนี้ ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ กำหนดจึงให้ บช.น. ภ.1-9 ก.

ทท. สตม. ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนตามนโบายอย่างจริงจังเพื่อให้ผลการประเมินสะท้อนถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ในการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริงทั้งนี้จะมีการพิจารณาความดีความชอบ

และพิจารณาทางปกครองกับหน่วยที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเป็น

– มอบ จดข. ขับเคลื่อนการดำเนินการในภาพรวม

          8. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามรูปแบบใหม่

– ปัจจุบับการเพิ่มช่องทางและกลไกความร่วมมีอระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การ

รับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการประสานความร่วมมือเพื่อสนับสนุนภารกิจในงานตำรวจนับเป็นสิ่งสำคัญ

ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้ารารการดำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกงสุล (ฝ้ายตำารวจ) และ ผู้ช่วยทูต

ฝ่ายตำรวจ ณ สาธารณรัฐประซาชนจีน ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

– จึงให้ ตท. เป็นเจ้ากาพร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง พิจารณาศึกษาความเป็นใปได้ที่จะมีข้าราชการดำรวจไปปฏิบัติ

หน้าที่ในประเทศ หรือภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มเติม

9.กำชับการกวดชันควบคุมความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ

          – ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุม ตรวจสอบ และกวดขันความประพฤติและระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ

ในสังกัดอย่างใกล้ชิดให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ลง 1 ต.ค.37 รวมถึงระเบียบคำสั่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดย

เคร่งครัด

 

          ข้อสั่งการ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6

          การจัดกิจกรรมจิตอาสา และโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ

                                                                                                         /การจัด…..

-3-

– การจัดกิจกรรมจิตอาสา ให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญ ดำเนินโครงการ/กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

– โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้หมั่นเข้าไปตรวจตราประสานการปฏิบัติกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง

– พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯไปทรงเปิดศูนย์พัษนาโครงการ

หลวงเลอตอและอ่างเก็บน้ำหินหลวงน้อย อ.แม่ระมาด จว.ตาก ประมาณ เดือน  ม.ค.-ก.พ. 67

          – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

                   1. เสด็จพระราชดำเนินประทับแรม ณ บ้านอุทัย 905 จว.อุทัยธานี ระหว่างวันที่ 15 – 18 ม.ค.67

2. วันที่ 18 ม.ค.67 เสด็จพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต ณ หอประชุมวิทยาลัยเจ้าพระยา

จว.นครสวรรค์

3. เสด็จพระราชดำเนิน จว.ตาก 31 ม.ค.-1 ก.พ.67 ประทับแรม ณ ผาแดงอินดัสทรี

– ทูลกระหม่อมหญิงอบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ติดตามผลการดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE

จว.ตาก กำแพงเพชร และประทับแรม จว.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 23 – 26 ม.ค. 67

          การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ

                   – เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 99 นายกรัฐมนตรี ประชุมมอบนโยบายวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี

          การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

          ให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการ “แก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบทุกมิติ”

          – ให้มีความพร้อมต่การแก้ไขสถานการณ์ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งในส่วนของผู้เสพ หรือผู้ป่วยจิตเวช

          – บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เด็ดขาด ต่อกลุ่มผู้ค้า หรือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด

          – ให้มีการปิดกั้น การลักลอบ นำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน

          – การค้นหาผู้เสพ (ไม่เกิน 5 เม็ด) เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามกฎหมาย

          – ยกระดับชุมชนยั่งยินระดับตำบล ( Community Base Treatment :CBTx)

          การรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

– ให้ ภ.จว.กำหนดแผนการตรวจของสายตรวจในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

– บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ออกแผนการตรวจใหสอดคล้องทั้งช่วงเวลา และการ

แบ่งมอบหน้าที่ ภายใต้หลักการ “ทำกำลังพลน้อย ให้เป็นกำลังพลมาก”

– ตั้งศูนย์ปฏิบัติร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว (CCOC) โดยให้ ศปก.ภ.จว. ในการวางแผน

อำนวยการสั่งการ ควบคุม กำกับดูแล

          มาตรการป้องกันเหตุในช่วงเทศกาลปีไหม่ 2567

          – ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 โดยกำหนดแนวทางการ

ดำเนินการให้สอดคล้องกับแหนของศูนย์อำนสยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) และให้เป็นไปตามมาตรการที่ ตร.

กำหนด

          – ให้ ผบก. และ หน.สภ. ทุกนาย อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้ง เพื่อพร้อมในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นช่วง

เทศกาลปีใหม่ 2567 ได้อย่างทันท่วงทีและมอบหมายให้ รอง ผบช.ภ.6 ที่รับผิดชอบพื้นที่ ตรวจสอบและควบคุม

การปฏิบัติอย่างเครงครัดหากพบข้อบกพร่องให้ดำเนินการตามระเบียบ

ข้าราชการตำรวจทุกนายต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่แต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ ใช้กิริยาวาจาที่สภาพ เหมาะสม ระมัดระวังการพกพาและใช้อาวุธให้มีการประชุมซักซ้อมการปฏิบัติตามยุทธวิธีตำรวจ

ระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2567 ระหว่างวันที่ 18 ธ.ค. – 27 ธ.ค. 66

(10วัน)

          ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทั่วไป

– ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

                                                                                                               / การจับกุม…..

-4-

– การจับกุมบุคคลตามหมายจับ

กฏกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566

– ศึกษาทำความเข้าใจกฎกระทรวงดังกล่าว รวมถึง กฎหมาย ระเบียบ คำสั่งเกี่ยวกับวันเวลาเปิด-ปิด ทำการ

สถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการตลอดจนอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

ตำรวจหรือเจ้าพนักงานอื่นตามกกหมายนั้นๆ และชี้แจงทำความเข้าใจผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนสุ่มตรวจสถานบริการหรือ

สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการเป็นระยะ หากพบผู้ฝ่าฝืนให้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

เช่น ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 มีเข้าไปใช้บริการ การพกอาวุธปืนเป็นต้น

การวางมาตรการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทใช้ความรุนแรง

– ให้วางมาตรการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทใช้ความรุนแรง ใเนสถานศึกษา สถานบันเทิง รวมทั้งโรงพยาบาล

ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสถานที่ที่มีการจัดงาน

หรือมีประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น จะดื่มสุราเพื่อสังสรรค์กัน ซึ่งอาจก่อให้มีเหตุทะเลาะวิวาท

และทำร้ายร่างกาย ให้เตรียมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะในการส่งผู้บาดเจ็บ และการรักษาความปลอดภัย โรงพยาบาล

(อย่าให้มีก่อเหตทะเลาะวิกาทซ้ำหรือมีการทำร้ายบุคลากร

กำชับการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์

การป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ หรือสถาบันการเงิน อื่น ๆ รวมถึงการ

ป้องกันเหตุกรณีคนร้ายก่อเหตุด้วยอาวุธปืน (Active Shooter) ให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและฝึกทักษะการใช้ยุทธวิธีการ

บริหารเหตุวิกฤติ ตรวจสอบกล้อง CCTV ให้สามารถใช้งานได้อยู่ตลอดเวลาเพื่อประโยชน์ในสืบสวนหลังเหตุให้ประชาสัมพันธ์

และอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ตามหลักการ “Run Hide Fight” หนี ซ่อน สู้

การแสดงออกทางสื่อโซเชียล

กรณีปรากฏข่าวพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการตำรวจกทางสื่อต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันทีและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบใน

เบื้องต้น หากพบว่ามีมูลความผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่หากพบว่าไม่เป็นคามจริง ให้โฆษก หรือรอง โฆษก

ของหน่วย ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนเข้าใจ

การดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา  ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิต สวัสดิการ อาคาร

บ้านพัก ขวัญกำลังใจ ปัญหาหนี้สิน การหารายได้เสริมและความสามัคคีของข้าราชการตำรวจ ฯลฯ

– หากพบว่ามีข้าราชการตำรวจเกิดปัญหา ด้านการทำงานความประพฤติส่วนตัว ครอบครัว ปัญหาหนี้สิน หรือ

ปัญหาอื่น ๆ ที่สามารถแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อนได้ให้รับฟังปัญหาความเดือนร้อน และช่วยหาทางออกหรือ

ยุติปัญหากรณีมีข้าราชการตำรวจได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ความ

สำคัญเรื่องสวัสดิการ การช่วยเหลือ การขอสิทธิ

 

          พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์  ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.6 

การตรวจเยี่ยมและรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากตำรวจภูธรภาค 6

เพื่อหาแนวทางปฏิบัติในการป้องกันปราบปราม ในเรื่องต้นแบบ Smart Safety Zone

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          ข้อราชการและแนวทางปฏิบัติงานตามลักษณะงานและตามนโยบายของรัฐบาล

1. เรื่องยาเสพติด

2. เรื่องการควบคุมปราบปรามอาวุธปืน

3. การแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินนอกระบบ ที่ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินครัวเรีอน (วาระแห่งชาติ)

4. เรื่องสถานบริการในพื้นที่

                                                                                                                  / มาตรการ…

-5-

5. มาตรการ การดูแลนักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล

6. การวางแผนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด

7.การฝึกอบรมทบทวนยุทธวิธีตำรวจ

8. จัดทำมาตรฐาน รูปแบบการดำเนินการ ต้นแบบ Smart Safety Zone

9. การป้องกันเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาท

 

พล.ต.ต.บัณฑิต  ตุงคเสรณี รอง ผบช.ภ.6

ข้อสั่งการ ศุนย์ซักซ้อมพยาน ตำรวจภูธรภาค 6

– กรณีหน่วยที่มีคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ม.112 ให้มีการซักซ้อมทพยาน พร้อมบันทึกภาพโดยให้

ดำเนินการเป็นไปตามสั่งการของ ตร.

อธิบาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565

“การปรับเป็นพินัย” คือ ผู้กระทำความผิดต้องชำระเงินค่าปรับตามที่กำหนด การปรับนั้นไม่ใช่โทษปรับทางอาญา

ไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนการปรับไม่การบันทึกลงประวัติอาชญากรรม และรวมไปถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          คำอธิบาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565

          โทษปรับเป็นพินัย : มาตรการใหม่แทนการลงโทษทางอาญา (พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565)

1. ความผิดทางพินัย – เมื่อพบการกระทำผิด ให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งข้อกล่าวหาด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ

ส่งให้ทราบทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้กระทำผิดมีสิทธิ์ให้การทันทีหรือให้การภายหลังภายใน 30 วัน หากรับสารภาพหรือ

ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐ เห็นว่ากระทำผิดจริง ให้ออกคำสั่งปรับเป็นพินัย

          2. อายุความฟ้องคดีพินัย 2 ปี/ บังคับดคดีภายใน 5 ปี

          3. ผ่อนชำระค่าปรับทางพินัยเป็นงวดๆ กับเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ ห้ามขาดงวดใดงวดหนึ่ง และต้องผ่อนให้ครบ

ภายใน 30 วัน

          4. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจสั่งปรับเป็นพินัย เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติความผิดเป็นพินัยกำหนดไว้ หรือตาม

ที่รัฐมนตรีประกาศ

          5. การปรับทางพินัย ไม่ใช่โทษทางอาญา และไม่ถือเป็นการกระทำ หรือคำสั่งทางปกครอง

          6. ความผิดทางพินัย มิใช่ความผิดทางอาญา (แยกออกมาต่างหาก)

          7. ถ้าอัดราค่าปรับอย่างสูงไม่เกิน 10,000 บาท เจ้าหน้าที่ของรัฐคนเดียว มีอำนาจปรับเป็นพินัย ถ้าเกิน

10,000 บาท ต้องกระทำเป็นองค์คณะประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่น้อยกว่า 3 คน

8. ถ้ากรรมเดียว เป็นทั้งความผิดทางพินัย และความผิดอาญา ถ้าความผิดทางอาญานั้นไม่อาจเปรียบเทียบได้

ให้ระงับการปรับเป็นพินัย และดำเนินคดีอาญาต่อไป

9. ถ้ากรรมเดียวเป็นความผิดทางพินัยหลายบท ให้ใช้บทกฎหมายที่กำหนดค่าปรับสูงสุดในการปรับผู้กระทำผิด

ทางพินัย

          10. ผู้กระทำผิดทางพินัยหลายกรรมต่างก้น ให้ปรับเป็นพินัยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

11. ความผิดหลายกรรม บางกรรมเป็นความผิดทางพินัย บางกรรมเป็นความผิดทางอาญา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ

ปรับเป็นพินัยในกรรมที่เป็นความผิดทางพินัย และแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อไป

12. ให้ความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตาม บัญชี 1 และ 3 เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย เมื่อพ้น

365 วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา     

          13. ให้ความผิดทุางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตาม บัญชี 2 เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย เมื่อตราเป็น

พระราชกฤษฎีกา

         14. ในกรณีที่มีกฎหมายให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น กำหนดโทษจำคุกหรือ

โทษปรับทางอาญา เมื่อพ้น 365 วันนับ แต่ประกาศในราชกิจจานเบกษา ให้เปลี่ยนอำนาจขององค์กรปกครองส่วน

                                                                                                                                 /ท้องถิ่น…

-6-

 

ท้องถิ่น เฉพาะในการกำหนดไทชปรับทางอาญา เป็นการปรับเป็นพินัย แทน

          15. ให้หน่วยงานของรัฐลบประวัติอาซญากร ที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยภายใน 365 วัน นับแต่วันที่ความผิด

ทางอาญานั้นเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย

          16. กรณี กระทำผิดเพราะยากจนเหลือทนทาน หรือมีความจำเป็นอย่างแสนสาหัส ให้ผู้นั้นยืนคำร้องต่อเจ้าหน้าที่

ของรัฐเพื่อยื่นต่อศาล หรือยื่นต่อศาลโดยดรง เพื่อให้ศาลพิจารณา ลดค่าปรับ ว่ากล่าวตักเดือน หรือสั่งให้ทำงาน

บริการสังคมฯ แทนค่าปรับเป็นพินัยก็ได้

           17.ความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว ที่เปลี่ยน หรือกำลังจะเปลี่ยนเป็นความผิดทางพีนัย มีทั้งหมด

3 บัญชี รวม 204 ฉบับ

          ข้อแนะนำ

         พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565

         กรณีประเด็นปัญหาในเรื่องของคำจำกัดความของเจ้าพนักงานจราจร ทางคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัยได้มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัยเรื่องอนุมัติให้ ตร.ดำเนินการที่แตกต่างจากข้อ ๑0 แห่งระเบียบสำนักนายก

รัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ.๒๕๖๖ ลง 1๕ พ.ย.๒๕๖๖ ให้ความหมายของ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ให้หมายความว่าพนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงาน นายทะเบียนคณะบุคคลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่นบรรดา

ที่กฎหมายบัญญัติให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพีนัยดาม มาตรา ๑๘

และให้คำจำกัดความของคำว่า “เจ้าพนักงานจราจร” ตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ คำว่า “เจ้าพนักงานจราจร”

หมายความว่า หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรและข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่ง ได้แก่ รองผู้กำกับการจราจร

สารวัตรจราจร รองสารวัตรจราจร ผู้บังคับหมู่งานจราจร รองผู้บังคับหมู่งานจราจร

        กรณีหากมีหน่วยงานของรัหน่วยใดมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐนั้นหารือ

ไปยังคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 3๑๘/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๒๗ มี.ค.๒๕๖๖ เรื่อง

แต่งตั้งคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย

 

         พล.ต.ต.ระวีพรรษ  อมรมุนีพงศ์ รอง ผบช.ภ.6(จต)

         สรุปผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ Integrity and Transparency Assessment : ITA ) ของสถานีตำรวจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.25566 ตำรวจภูธรภาค 6

        ระดับสถานีตำรวจ จำนวร 147 สถานี  มี 8 สถานี ที่ผ่านเกณฑ์

1.      สภ.บึงสามัคคี จว.กำแพงเพชร

2.      สภ.พะวอ จว.ตาก

3.      สภ.ไพศาลี จว.นครสวรรค์

4.      สภ.เนินกุ่ม จว.พิษณุโลก

5.      สภ.หล่มสัก จว.เพชรบูรณ์

6.      สภ.ตรอน จว.อุตรดิตถ์

7.      สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จว.อุตรดิตถ์

8.      สภ.สว่างอารมณ์ จว.อุทัยธานี

 

พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ  ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6 (มั่นคง)

        ข้อสั่งการงานความมั่นคง

1.      เรื่องการจัดกำลัง คฝ.ให้ทุกหน่วยปรับปรุงคำสั่ง ผบ.ร้อย , รอง ผบ.ร้อย ให้เป็นคนหนุ่ม และตั้งใจมาทำงาน เพื่อ

ให้ความกำลัง คฝ.เกิดความเข้มแข็ง

                                                                                                                                      /2. ให้….

-7-

       2. ให้ ทุก ภ.จว.สืบสวนหาข่าว เรื่อง สุดเสี่ยงหรือบุคคล ชาวอิสราเอล และปาเลศใตน์ ที่อาจมีผลกระทบหรือเป็น

พื้นที่เป้าหมาย ให้ทุก ภ.จว. โดยเฉพาะ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ให้ ผกก.พื้นที่ พร้อม ตำรวจสันติบาล, ตำรวจ

ท่องเที่ยว ออกตรวจร่วมอย่างเคร่งครัต มีความถี่มากขึ้น และรายงานพร้อมภาพถ่าย มายัง ฝอ.2 ภ.6

      ข้อสั่งการ ศปอส.

การรับแจ้งความออนไลน์ ให้รีบดำเนินการ เหมือนเป็นญาติเรา ที่ถูกฉ้อโกง และรีบดำเนินการอายัดบัญชี หากเป็นคดี

สำคัญ โดยมูลค่าความเสียทาย มีมูลค่าสูง ให้ทาง สภ.รีบแจ้งมาที่ศูนย์ ศปอส. ภ.6 และทาง ศปอส.ภ.6 จะลงไปช่วย

ทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *